“โบวี่ อัฐมา” รับคบหนุ่มนอกวงการ สะดวกใจไม่หวือหวาเหมือนครั้งก่อน

หัวข้อที่น่าสนใจ

งานเข้าจังๆ หลังมือลั่นลงภาพคู่กับหนุ่มนิรนามรายหนึ่ง  งานนี้ทำเอาเพื่อนพ้องในวงการและเหล่าแฟนคลับถึงกับตื่นเต้น เพราะหลังจากที่ผิดหวังเรื่องความรักจนครองตัวโสดมานานกว่า 1 ปี สาว “โบวี่” อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวหวานใจเสียที ซึ่งนักแสดงสาวได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความรักครั้งนี้ในรายการ “ต้มยำอมรินทร์” ผลิตโดย CHANGE2561  ได้ความว่า

อย่าใช้คำว่าเปิดตัวเลยใช้คำว่า มือลั่น (หัวเราะ) คือเราคุยกับคนนี้มา 2 ปีแล้ว และไม่เคยคิดว่าจะลงรูปเลยไม่เคยคิดเลยสักครั้งหนึ่งลืมนึกถึงการโพสต์รูปเลย แต่วันนั้นเราไปเที่ยวทะเลกันแล้วเพื่อนถ่ายรูปนี้ให้แล้วเรารู้สึกว่าทำไมรูปนี้น่ารักจังเลย เราเลยอยากโพสต์เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็เลยลงแต่เราก็ไม่ได้แท็กเขาลงไม่ได้เปิดวาร์ปเขา(แล้วอีกอย่างไม่ค่อยเห็นหน้าเขาด้วย) แต่ก่อนเราคบใครเราก็เปิดทุกคน ใครมาถามก็บอก  แต่สำหรับคนนี้เขาไม่ได้เป็นคนในวงการเป็นคนนอกที่ห่างไกลวงการไปเลย ซึ่งเขาก็เป็นบุคคลธรรมดาปกติ  ที่บ้านของเขามีห้องให้เช่า แต่เขาเป็นคนที่ทำหลายอย่าง อยู่แบบนี้ไม่ต้องมีใครรู้จักเขาก็มีความสุขดี เพราะเขาไม่ได้อยากเป็นข่าว เขาคุยกับเราเพราะเขาอยากคุยกับเรา ถามว่ากับคนนี้มองถึงอนาคตไหม จริงๆตัว เรา เองไม่ได้โฟกัสถึงเรื่องแต่งงาน เพราะเพื่อนๆหรือผู้หญิงส่วนมากคือ จุดมุ่งหมายของชีวิตคือฉันอยากแต่งงาน แต่สำหรับเราไม่ได้มีความรู้สึกเข้าใจในสิ่งนั้นสำหรับเรางานแต่งคือ ภาระ เหนื่อยยุ่งยาก เปลืองตังค์ แค่คิดก็ไม่อยากทำแล้ว แต่ถ้าจะต้องจัดจริงๆมองไว้ว่าสัก 40 ค่อยจัดเพราะอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ เพราะที่วางไว้ตอนนั้นก็เพราะว่าตอนนี้แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ขี้เกียจด้วย” โบวี่ กล่าวขำๆ

เมื่อถามต่อว่าอะไรที่คือสาเหตุที่ทำให้คิดว่าคนนี้คือคนที่ใช่ สาวโบวี่แจงว่า

“เหตุผลที่ เรารู้สึกว่าคนคนนี้ที่เขาเข้ากับเราได้ก็เพราะว่า เราเป็นคนที่ไม่ค่อยเหมือนใครคือหลังจากที่ตัวของ โบ เองได้มีโอกาสได้พบพูดคุยกับบุคคลหลายรูปแบบ หลายฐานะอะไรอย่างนี้ หลายฐานะแล้วเรารู้สึกว่าเราได้ค้นพบตัวเราเองว่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการหาเงินอะไรขนาดนั้น อย่างเมื่อก่อนเราจะรู้สึกว่าเราจะต้องสร้างฐานะ แต่พอเรามีแล้วเราก็จะคิดต่อไปอีกว่าเราจะก้าวไปสู่ข้างหน้าต่อยัง สเต็ปต่อไปคือยังอะไร เหมือนก่อนเราเป็นอย่างนั้น แต่พอมาปฏิบัติธรรมจริงๆเหมือนความรู้สึกข้างในเปลี่ยนไปทำให้เรารู้สึกว่าการหาเงินเสียเวลา (คือเราไม่ได้บอกว่าการหาเงินเสียเวลาไม่ได้บอกว่าต้องง้อมือง้อเท้านะ) แต่การที่เราหาเงินไปเรื่อยแล้วไม่รู้ว่าจะหยุดเมื่อไหร่มันเสียเวลา เพราะเรามองย้อนมาดูตัวเราเองตอนนี้ว่าทรัพย์สินที่มีอยู่มันไม่ได้เยอะขนาดนั้นแต่ถามว่ามันพอไหมพอ รายได้ต่อเดือนพอใช้ไหมพอ แต่ถ้าเรายังหาๆจนไม่มีเวลาแต่เวลาที่เราตายไปแล้วเราไม่สามารถเอาอะไรไปได้เลยนะ สู้เรารู้จักแบ่งเวลาคือครึ่งหนึ่งทำงาน อีกครึ่งไปปฏิบัติธรรม ไปช่วยเหลือสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถนำติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปได้ แต่เงินเรามีเงินแค่ไหนเราตายไปคือมันหมดชาตินี้เลยนะ(ไอเดียเราเป็นแบบนี้) แล้วพอเราไปเจอคนที่นักธุรกิจคนที่มีมั่งคั่งมาก ความคิดของเขาไม่ตรงกับเราเพราะเมื่อเขาสำเร็จหนึ่งระดับแล้วเขาก็จะไปก้าวที่สองแล้วก็ขยายต่อๆไป ซึ่งเราไปอยู่ตรงนั้นแล้วเรารู้สึกว่าเราอยู่ไม่ได้เพราะว่าเรารู้สึกเสียเวลา แต่พอเราเจอคนคนนี้ คือ เขาไม่ได้เป็นแบบนั้นคือเขาก็ไม่ได้รวยอะไรมากมาย แต่เขาก็สามารถอยู่สบายๆโดยที่แบบไม่ต้องพยายามไปหาอะไรเพิ่ม”

เมื่อถูกถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ เปลี่ยนไปเพราะแต่ก่อนทำงานหาเงินอย่างเดียวแต่ตอนนี้ แบ่งเวลาเพื่อเข้าวัด นักแสดงสาวกล่าวว่า

ครั้งแรกที่เข้าวัดตอนนั้นเพราะอกหัก  เราอกหักตลอดเวลา โบเป็นคนใจร้อนขี้โมโหเอาแต่ใจ ตอนนั้นเราไม่รู้ตัวเองเลยเพราะเอาแต่โทษคนอื่น แต่พอเราได้มาปฏิบัติธรรมแล้วกลายเป็นว่าสิ่งที่เราโทษๆ คนอื่นมาตลอดไม่ใช่เพราะคนอื่นแต่เป็นเพราะตัวเราเอง ส่วนที่มีข่าวเม้าท์ว่ามีคนในกองโดนเราวีน เรื่องนี้ต้องอธิบาย คือเราเป็นคนที่เสียงดุ แล้วเวลาที่เราโกรธเสียงเราจะดุมาก บางทีเรานั่งเฉยๆ นิ่งๆ หน้าเราเหวี่ยงมาก แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไร ส่วนงานที่ทำเกี่ยวกับแต่งบ้านนั้น เพิ่งเริ่มทำหลังจากที่ไปปฏิบัติธรรมมา คือ โบ ไปซื้อบ้านแล้วเราก็ไปเลือกซื้อของเองไปศึกษาหาความรู้เรื่องของการตกแต่งเพราะเราสร้างบ้านนานเราเลยได้มีโอกาสศึกษาพูดคุยกับสถาปนิก อินทีเรีย ทั้งช่าง วิศวกร จนเรามีความชอบเราเลยทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ตอนนี้บ้านของโบเสร็จเรียบร้อยแล้ว  แต่ไม่ได้คิดว่าเอาไว้เป็นเรือนหอเพราะเรือนหอขอแบบเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก โบรู้สึกว่าบ้านของเราที่สร้างไปคือ ใหญ่เกินกว่าเหตุพื้นที่ดินที่เราสร้างบ้านเกือบครึ่งไร่ แต่เรารู้สึกว่าเราไปปฏิบัติธรรมห้องที่เราอยู่คือ  2 เมตรเองเราก็รู้สึกว่าเท่านี้ก็อยู่ได้แล้วคนที่ โบ คุยอยู่เขาก็ไปปฏิบัติธรรมกับเราเหมือนกันเขาก็เห็นด้วยว่าใหญ่ๆดูแลยาก เล็กๆที่เราอยู่ได้ก็เพียงพอแล้วกับชีวิต