“ตั๊ก” ปลื้มสามีให้เล่นละคร เผยรับเล่น “เมียหลวง” เพราะบท

หัวข้อที่น่าสนใจ

 “ตั๊ก” บงกช  คงมาลัย ปลื้ม สามี อนุญาตให้รับงานบันเทิง เผย ไม่กระทบเวลาครอบครัว พร้อมเดินหน้าทำแบรนด์ธุรกิจอาหารเป็นของตนเอง

งดรรับงานแสดงไปพักใหญ่หลังมีลูกชาย น้องข้าวหอม ล่าสุดกลับมารับงานแสดงละครอีกครั้งใน “เมียหลวง 2021” ได้สอบถามเรื่องกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง ในวันฟิตติ้งละคร ที่  Dad Studio ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ได้ความว่า

“จริงๆ อยากจะรับตั้งนานแล้ว  แต่ติดภารกิจส่วนตัวนิดหน่อย พอมาเรื่องนี้อ่านบทแล้วก็ชอบ จริงๆ อยากร่วมงานกับพี่ฉอดมานานแล้ว และพอมีเวลาด้วย ก็ได้คุยกับทางครอบครัว ทางคุณบุญชัยก็ตกลงด้วยค่ะ และพี่ฉอดได้คุยกับคุณบุญชัยแล้ว คุณบุญชัยได้ฟังพี่ฉอดเล่าเรื่องให้ฟัง เขาก็เข้าใจและสนับสนุน  บอกว่าอยากให้เล่น ที่ตัดสินใจรับบท เพราะตั๊กชอบความแปลกใหม่ของบท และชอบความเป็นมนุษย์ของละครเรื่องนี้ ความเป็นมนุษย์ของแต่ละตัวละครค่อนข้างจะมีความจริงที่มีความลึกลับ มีความหวัง คือทุกตัวละครมีความเป็นชีวิตจริง ตั๊กชอบ สนุกดี (ได้เอาความเป็นเมียหลวงในชีวิตจริงมาผสมผสานไหม) ไม่มี (ยิ้ม) เพราะว่าจริงๆ การครอบครูก็เป็นแบบหนึ่งของนักแสดงที่ไม่ให้เอาการแสดงไปเล่นในชีวิตจริง ไม่งั้นเราก็จะไม่เจริญเนอะ ถามว่ากดดันไหม ก็นิดหน่อย เพราะว่าตั๊กไม่ได้เล่นนานแล้ว ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ส่วนที่ว่าต้องเคาะสนิมไหม จริงๆ ก็มีอ่านบท และต้องพึ่งทางผู้กำกับและทีมงาน (หัวเราะ) ตั๊กเชื่อในทีมนะคะ เรื่องนี้ทั้งทีมเวิร์กและผู้กำกับ ตั๊กได้เห็นผลงานพี่เขา และได้รู้จักผลงานของพี่ฉอดมาหลายเรื่อง ก็รู้สึกว่าเราน่าจะได้รับการเทรนด์ในแต่ละฉากได้ดี พอตั๊กได้มีละครเล่นก็เหมือนเป็นแรงบันดาลใจทำให้เราได้กลับมาดูแลตัวเองอีกรอบนึงด้วย”

เมื่อถามถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้บอกว่าอยากจะไปทำการเกษตร นักแสดงสาวกล่าวแจงถึงเรื่องนี้ว่า

“ตอนนี้ก็ยังทำเกษตรอยู่ ละครก็จะเป็นจันทร์-พุธ พอพฤหัสบดีก็ไปเรียนเกษตร งานแสดงละครก็มีแค่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับเรื่องอื่น แต่จริงๆ ก็มีละครของพี่ฉอดติดต่อมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้เล่น เพราะเราต้องคุยกับครอบครัว เพราะคุณบุญชัยไม่ได้อยากให้เล่นละครมากนัก ซึ่งตั๊กก็ได้คุยกับทางพี่ฉอด ก็คุยกันเคลียร์เรียบร้อย (เรื่องลายกินรีจะได้ถ่ายทำต่อไหม) อันนี้ไม่ทราบเลย ต้องถามทางผู้ใหญ่ ส่วนเรื่องการเกษตร ตอนนี้คิดว่าการเรียนวิชาชีพตั๊กอยากจะเลือกเรียนทางด้านอาหาร การปลูกพืช ไม่ได้อยากไปเรียนเพื่อให้ได้รับใบปริญญา  เพราะยุคนี้ตั๊กว่าการทำอะไรที่เป็นสายอาชีพน่าจะดีกว่า เช่น อาหาร หรือ การปลูกผัก ปลูกพืช หรือทำอะไรที่เป็นเล็กๆ ของตัวเอง น่าจะเป็นอาชีพได้มากกว่า อยากจะทำอะไรที่เป็นแบรนด์ของตัวเองส่วนตัว อยากจะลงลึกไปในเรื่องของการสร้างอาหาร แต่สร้างยังไงที่จะทำให้เราได้รู้ลึกรู้จริงว่าดินเป็นยังไง ปลูกอะไรได้บ้าง (พอได้ทำมาแล้วเป็นยังไงบ้าง) ยากเหมือนกัน  ยากตรงที่เราอาจจะต้องเจอแดด แต่ที่เรียนการเกษตรไม่ยากนะคะ เพราะว่าจริงๆ คือการคำนวนมากกว่าว่าดินตรงนี้เราควรปลูกอะไร ใช้อะไร เวลาเก็บผลผลิตมาได้เราก็แฮปปี้ (ปลูกฝังให้กับลูกเราไปด้วยไหม) คืออยากเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยส่งลูกเข้าไปเรียน จริงๆตั๊กเองขอไปเรียนนะคะ อาจจะเรียนไปถึงสัก 3-4 ปีเลยค่ะ เพราะเราต้องเรียนปลูกผักใบก่อน แล้วก็มีผักลูก ผักยอด และอาจจะเป็นผักขน เกี่ยวกับการปักชำ ตอนกิ่ง หรือการตัดแต่งพุ่มไม้ หรืออาจจะมีผลไม้ หรือผัก ตั๊กได้ไปเรียนที่ศูนย์ชัยพัฒนาตั๊กว่าลงมือทำเองง่ายกว่าการนั่งเรียน แต่พอลงไปเรียนเอง เราก็ต้องมานั่งสรุป แล้วถึงจะส่งอาจารย์ พอเราเรียนมา เราก็อยากจะถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่ๆในอนาคตด้วยที่เขาอยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับเกษตรจริงๆ ซึ่งตอนนี้ดินบ้านเราอาจจะต้องได้รับการดูแลมากๆเลย”

ถามต่อเรื่องน้องข้าวหอม เปิดเทอมวันแรก ซึ่งตั๊กกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “วันนี้เปิดเทอมวันแรก ลูกก็อยากไปโรงเรียนมากเลย อยากจะเจอเพื่อน ถามว่ากังวลไหม จริงๆโรงเรียนของลูกตั๊กเขาก็ค่อนข้างจะมีระยะห่างอยู่แล้ว  และเขาก็มีการตรวจจากกระทรวงว่าควรเปิดไหม ไม่ต้องห่วงอะไร  ส่วนตัวก็บอกเขาให้ล้างมือบ่อยๆ ให้ใส่แมสก์ เว้นระยะห่างจากเพื่อน ให้ทานน้ำของกระติกของตัวเอง ไม่นั่งพื้น ไม่จับอะไรที่ไม่ควรจับ เด็กสมัยนี้เขาค่อนข้างเข้าใจนะ  เตรียมพร้อม มีช้อน มีกระบอกน้ำเป็นของตัวเอง มีคนคอยดูแลด้วย ครั้งนี้เป็นเทอม 2 แล้ว ที่ผ่านมาก็จะเป็นการเรียนออนไลน์ คุณแม่หัวฟูเลย เพราะเด็กชอบคอมพิวเตอร์มากกว่า คือลูกเรียนอยู่บ้านเราก็ต้องเก่งคอมฯด้วยไง เราต้องหาว่านั่นอะไร นี่อะไร ทำไมคอนเน็กต์แล้วไม่เห็น คือเขาก็ต้องทำตามระเบียบ  ถ้าห่วงเขามากไปไม่ให้เขาไปเลยก็ไม่ได้ ตั๊กเองก็ไว้ใจทางโรงเรียน ถามว่าห่วงไหม ก็ห่วง แต่ต้องทำใจ  เพราะเขาก็ต้องเรียนหนังสือ” ตั๊ก กล่าวปิดท้าย