“โทนี่ รากแก่น” ออกปากยังไม่อยากมีลูก

หัวข้อที่น่าสนใจ

หลังจากที่ดาราหนุ่มหล่อ “โทนี่ รากแก่น” เข้าพิธีวิวาห์และใช้ชีวิตคู่กับภรรยาสาว “แก้ว จริญญา ศิริมงคลสกุล” ทั้งคู่ก็ดูแฮปปี้ขึ้นทุกวัน ซึ่งล่าสุดหนุ่มโทนี่ก็ได้ออกมาอัปเดตชีวิตหลังแต่งงาน พร้อมทั้งแพลนการมีทายาท

“คุยกันไว้อาจจะท่องเที่ยวก่อน เดินทางก่อน ดูว่าเหมาะสมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ มีคุยกันบ้างครับ ทั้งอยากมี และไม่อยากมีครับ มีทั้ง 2 ไอเดีย (แนวโน้มทางไหนมากกว่า?) ถ้าเกิดความอยากมีคืออยากเห็นว่าจะน่ารักประมาณไหน ส่วนที่ไม่อยากมีก็คือ เรายังรู้สึกว่าเรายังอยากเดินทางท่องเที่ยว อย่างตอนนี้เรามีไข่ต้มน้องลูกหมาเล็กๆ ผมเดินทางก็ไม่ใช่ว่าจะไปได้ทุกที่ เราก็ต้องฝากเพื่อนๆ เลี้ยง บางที่พาไปได้ก็ต้องดูแลครับ ก็เหมือนซ้อมไปในตัวนิดนึง แต่เราก็รู้สึกว่าถ้าอย่างนั้นขอเดินทางกันก่อน ยังมีอีกหลายที่ที่อยากจะลุยก่อน เราสายเที่ยว แล้วเราไปเที่ยวแต่ละที่ค่อนข้างโหดอย่าง โรดทริป แล้วก็ย้ายสถานที่ทุกวัน เก็บให้ได้หมดภายในเวลาสั้นๆ ครับ บางทีไปก็ไปนานด้วย ถ้าเกิดว่าเรามีลูกก็ไม่สามารถที่จะทิ้งไว้ได้ครับ ก็มีคิดไว้ว่าถ้ามีน้องจะพาไปเที่ยวด้วย แต่ว่าต้องรอโตก่อน อย่างน้อยๆ ก็ต้อง 3 ขวบ ถามว่าอีกไหนไหมกว่าจะตัดสินใจมีลูก ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เร็วๆ นี้ เราจะมีโอกาสได้เล่นละครด้วยกันเรื่องหนึ่ง ที่ในเรื่องราวจะมีเด็กด้วย ก็อาจเป็นโอกาสได้ซ้อมมือนิดนึง (เพื่อจะทำให้เราเปลี่ยนใจ?) ใช่ๆ เวลาเราจะเล่นอะไรเราต้องทำความเข้าใจ”

เมื่อถามถึงข่าวที่คุณภรรยา แก้ว จริญญา ใส่ชุดว่ายน้ำ แต่เราถ่ายเบลอ โทนี่กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ก็มองเป็นอาร์ตแล้วกัน ถามว่าตั้งใจไหมเหรอ ก็ตั้งใจด้วยให้ออกมาสวยแบบนั้นไง แบบนั้นก็สวยเหมือนกัน แก้วก็อยากได้แบบนั้นด้วย (หัวเราะ) ผมตอบให้เลยว่าเขาอยากได้แบบนั้น เซตนั้นก็มีภาพที่ชัดครับ แต่อาจจะไม่สวยเท่าเซตนั้นไง (แก้วได้ถามไหมว่า ลงภาพชัดได้ไหม หรือว่าต้องเบลอ?) จริงๆ เขาก็ถามเป็นพิธีเฉยๆ แหละว่าจะลง แต่เราก็แล้วแค่เขาอยู่แล้ว (หวงมากที่ต้องลงรูปภรรยาใส่ชุดว่ายน้ำ) ลิมิตความหวง หวงมากอยู่แล้วครับ ผมว่ามันก็เป็นธรรมดาของผู้ชายหลายคนครับ ไม่ถึงขั้นสกรีนชุดครับ แก้วจริงๆ แล้วเป็นคนที่ชอบซื้อชุดว่ายน้ำมาก แต่ไม่ค่อยมีโอกาสให้คนอื่นได้เห็น แต่เวลาไปเที่ยวด้วยกันเขาถึงจะใส่ เขาเป็นคนที่เหมือนกับไม่ค่อยอยากจะโชว์อยู่แล้ว ใส่ทูพีชได้ครับ หมายถึงเขาก็ใส่ปกติของเขา แต่เขาอาจจะไม่ได้ถ่ายลงเฉยๆ ครับ (วันพีชก็คือเบลอขนาดนี้ทูพีชก็คงไม่น่าลง?) อะไรเนี่ย คำถามอะไรเนี่ย (หัวเราะ) ส่วนชีวิตหลังแต่งงาน  ผมว่าก็เหมือนเดิม ต้องบอกว่าดีอยู่แล้วก็เลยแต่งงาน คือเราเข้าใจตรงกันว่ามันก็ต้องปรับกันตลอด ไม่ว่าเราจะได้แต่งงานหรือไม่ได้แต่งงาน”

เมื่อถูกถามว่า ซื้อบ้านที่เขาใหญ่เพราะชอบบรรยากาศ “ใช่ครับ ถามว่าถูกใจยังไง ก็ชอบอากาศครับ เราชอบบรรยากาศภายในนั้น เหมือนเขาเปลี่ยนความเป็นเขาใหญ่ให้เรารู้สึกปลอดภัยขึ้น เหมือนซื้อบ้านแต่เราได้บรรยากาศโดยรอบ ไม่ว่าจะถนน หรือโซนต่างๆ เขามีโรงแรม มีสนามกอล์ฟ มีอะไรอยู่ในนั้นด้วย เหมือนเราได้มีโอกาสไปที่นั่น แล้วขับรถเล่นรอบๆ ได้ ไปร้านอาหารของเขา จริงๆ เราก็ไปๆ มาๆ อยู่สักพักแล้วครับที่นั่น ผมไปเจอที่ตรงนั้น เพราะตอนนั้นหมอเจี๊ยบไปถ่ายละครด้วยกันที่เขาใหญ่ แล้วหมอเจี๊ยบเหมือนเขามีบ้านอยู่ข้างในนั้นอยู่แล้ว เราไปเที่ยวเล่น เขาก็พาขับรอบๆ ก็โดนหมอเจี๊ยบป้ายยา กว่าจะตัดสินใจซื้อก็คิดนาน เพราะมันก็เป็นของชิ้นใหญ่ ก็นานประมาณนึงเลยนะครับ แต่จริงๆ เราก็ใช้เวลากับสถานที่ตรงนั้นมา 3 ปีได้แล้วมั้ง”

บ้านที่เขาใหญ่ ซื้อมาในราคาแพง 8 หลัก แต่ตอนนี้อยากขาย ใครสนใจติดต่อมาได้เลย “โห…ต้องบอกเลยหรอ ก็ประมาณ 8 หลัก แต่ขายได้นะ  ถ้าใครสนใจอยากจะรับไปดูแลต่อก็ได้เลย  เพราะเรารู้สึกว่าเราอิ่ม เราก็มีเป้าหมายอีกแบบหนึ่งในชีวิตกับแก้วแล้วว่าเราอยากจะหาที่สักที่หนึ่งเล็กๆ แล้วก็อยากจะปลูกผักกินกัน อยากจะทดลองวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นแล้ว แต่เราก็ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งที่มีอยู่แบบนั้น เมื่อก่อนเราจะเป็นคนที่ต้องมีนั่นต้องมีนี่ แต่พอเรามีแก้วแล้ว เรารู้สึกว่าชีวิตมันเรียบง่ายขึ้น ก็เลยรู้สึกว่าถ้าใครอยากได้บ้านหลังนั้น ก็ติดต่อมาได้ ถ้าต้องขายจริงๆ ก็ทำใจได้ เพราะว่าเราได้สนุกกับการตกแต่งกันอย่างเต็มที่มากๆ แล้ว เหมือนเป็นงานศิลปะที่เราทำเต็มที่แล้ว ถ้าใครอยากได้ก็เอาไปดูแลต่อเลย เพราะของทุกชิ้นในนั้นเราเสาะหา แต่ละชิ้นมันหนึ่งเดียวแล้ว ไม่มีแล้ว ถ้าขายคือพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครับ ก็คิดเหมือนกันนะว่าอยากเอาเฟอร์นิเจอร์เก็บไว้ เพราะหลายๆ อย่างมันหาไม่ได้แล้วจริงๆ แต่พอมันมองหลายๆ ทีแล้วเรารู้สึกว่ามันเหมาะกับที่นั่น คือ เราก็จะฝึกให้ตัวเองไม่ต้องยึดติดกับสิ่งที่มี เราทั้งคู่รู้สึกเหมือนกันว่ามันไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆแล้วในโลกนี้ ถ้าเราได้ลองฝึกปล่อยออกไปบ้าง ก็อาจจะเป็นอีกสเต็ปหนึ่งในชีวิตที่เราอยากจะทดลอง ตอนนี้ก็มีเพื่อนๆ ที่ถาม แล้วเห็นมีคนไปดูที่แถวนั้นไปถามบ้างครับ แต่ตอนนั้นเรายังยึดติดอยู่ว่าฉันต้องมี ฉันต้องครอบครอง แต่หลังจากวันนี้ติดต่อได้เลยครับ ราคาอาจจะสูงกว่าที่ซื้อมานิดหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะเอากำไรจากสถานที่ตรงนั้นเลย เพราะผมรู้สึกว่า เราได้กำไรในเชิงวิถีชีวิตมากๆ แล้ว เราได้มีโอกาสไปจัดงานแต่งตรงนั้นด้วย ผมค้นพบความหมายในชีวิตอะไรบางอย่างในช่วงที่มีบ้านหลังนั้นด้วย การได้ไปแฮงค์เอาต์กับเพื่อนและได้คุยกันเรื่องชีวิต หลายๆ อย่างที่เราผ่านมากับสถานที่ตรงนั้นมันก็คือกำไรมากๆ ได้มีโอกาสได้ใช้ ได้ทดลองตกแต่งบ้าน เราก็สนุกกับสถานที่ตรงนั้นมาก”