“นุ๊ก” รับค่ามะเร็งสูงขึ้น เผยทำใจได้เพราะมีลูก

หัวข้อที่น่าสนใจ

“นุ๊ก” สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา เผยพบค่ามะเร็งสูงขึ้น เตรียมกลืนแร่อีกรอบ เข้าใจเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาติ โชคดีมีลูก ทำให้มีอะไรทำทุกวันไม่คิดมาก 

เรียกว่าเจอเรื่องร้ายไม่จบไม่สิ้นสำหรับสาวนุ๊ก สุทธิดาเกษมสันต์ ณ อยุธยา เพราะหลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องผงะ เพราะคนเช่าบ้านรายล่าสุดแปรสภาพบ้านไปเป็นโรงงานทำถุงมือยาง แถมเสพยาในบ้านซึ่งตอนนี้ยังเป็นคดีความกันอยู่ ล่าสุดสาวนุ๊กเพิ่งตรวจเจอค่ามะเร็งสูงขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยรักษามะเร็งไทรอยด์จนอาการดีขึ้น แต่ตอนนี้กลับทรุดหนักแถมมีเอฟเฟ็กต์ ทำให้ผมร่วง ผิวแห่ง และผอมลงเพราะความเครียด เมื่อรายการ ถามสุดซอย  ได้โฟนอินสอบถามอดีตนักร้องดังถึงค่ามะเร็งที่เพิ่งขึ้น ซึ่ง นุ๊ก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

“มันไม่ได้อาการทรุด แต่ผลเลือดค่ามะเร็งมันสูง ต้องปรับยา พอปรับยาเสร็จเอฟเฟ็กต์ก็เกิดบ้าง เช่นผมร่วง ผิวกร้าน เดี๋ยวกุมภาพันธ์ ต้องไปตรวจอีกที ถ้าค่ามะเร็งสูงก็ต้องกลืนแร่อีกรอบ (กลืนแร่เป็นยังไงบ้าง) มันทำให้เราทรมานมากกว่า คล้ายๆ การให้คีโม กับการรักษาโควิด เป็นการผสมผสานที่ลงตัวมาก กักตัวอยู่คนเดียว ด้วยความที่พอให้ยา ร่างกายเราก็กระอักกระอ่วน ทุกอย่างก็อยากออกหมดเลย เราต้องดูแลตัวเองอยู่คนเดียวเหมือนโควิด  ที่กลืนแร่เพื่อไปฆ่าเซลส์มะเร็ง แต่ก็ทำให้เซลส์อื่นๆ อ่อนแอไปด้วย”

เมื่อถามต่อว่าการกลืนแร่ต้องทำกี่ครั้ง เก็บตัวกี่วัน อดีตนางเอกดังกล่าวว่า อดีตดังแสดงดังกล่าวว่า

“คือชีวิตคนเราสามารถกลืนได้แค่ 6 ครั้ง แม็กซิมัม ไม่งั้นเราจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว (หัวเราะ) แต่ของนุ๊กเพิ่งกลืนไปแค่ครั้งเดียว แต่นุ๊กว่าคุณหมอคงไม่ได้พูดไปถึงข้างหน้า เพราะเขาก็คงกลัวคนไข้จะกังวลด้วย เพราะพอกลืนปุ๊บ คุณหมอจะไม่บอกผลอื่นๆ เลย พอใกล้ๆ ครบรอบเช็กอีกรอบ ก็เริ่มได้คุยกันแล้วว่าค่ามะเร็งยังไม่ลง ต้องกลืนอีกรอบ ไม่มีอาการ แต่ที่เปลี่ยนไปจริงๆ คือถ้านอนน้อยจะรู้สึกว่ามีผลกระทบกับร่างกาย เบลอ ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน ต้องนอนให้ครบ 8 ชม.ทุกวัน นอกนั้นอาการอื่นๆ ไม่มี ที่เหลือเป็นเรื่องจิตใจ ว่าเราจะดูแลจิตใจยังไง เราคิดยังไงกับการที่เราไม่สบาย ถ้าเราไม่ได้คิดอะไร ไม่ซีเรียส เข้าใจธรรมชาติ เราก็อยู่แบบสบายๆ (วางแผนสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองยังไง) อาจโชคดีที่เราผ่านเรื่องร้ายๆ มาเยอะ โดยเฉพาะเราเคยผ่านเรื่องโรคซึมเศร้า ทำให้รู้ว่าชีวิตเราอะไรคือความหมายของการมีชีวิตอยู่ เราก็คิดแต่เรื่องความหมาย ไม่ได้คิดเรื่องผลลัพธ์ของการมีชีวิตอยู่ เราเลยไม่รู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ยาวนานจะมีคุณค่าอะไรมากไปกว่าการที่เราอยู่เพื่อใคร หรือทำอะไรเพื่อใครในแต่ละวัน เราเข้าใจด้วยแหละว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ก็ทำใจง่าย ไม่ได้คิดอะไรมาก บวกกับเรามีลูก ลูกมีเรื่องราวให้เราทำโน่นทำนี่ทุกวัน เลยไม่ได้คิดว่าเราจะต้องตาย หรือทำไมเป็นเรา ไม่เคยคิดอย่างนั้น” นุ๊ก กล่าวปิดท้าย