คู่กรณีไหว้ขอโทษ! “นุ๊ก” ยันเอาผิดทุกข้อกล่าวหา

หัวข้อที่น่าสนใจ

“นุ๊ก” สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา เจอ “เพชร” อธิป ชุมพล ครั้งแรก ยันเอาผิดทุกข้อกล่าวหา

ยืดเยื้อกันมาพักใหญ่ สำหรับกรณีบ้านเช่าของดาราสาว “นุ๊ก” สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ที่ปล่อยบ้านหรูย่านลาดพร้าวให้เช่า แต่กลับถูกผู้เช่าคือ “เพชร” อธิป ชุมพล ทำบ้านพังเละ อีกทั้งยังดัดแปลงสร้างโกดังเพื่อลักลอบทำถุงมือยางผิดกฎหมาย รวมถึงไม่จ่ายค่าเช่าบ้านตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563 ผ่านที่มา และค้างค่าน้ำค่าไฟ รวม 80,000 บาท ซึ่งนุ๊กได้เผยว่าค่าเสียหายในการซ่อมบ้านราว ๆ 5 ล้านบาท ต่อมาแม่ของคู่กรณีได้ขอผ่อนจ่ายค่าเสียหาย แต่ปัจจุบันดาราสาวก็ยังไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว เมื่อโทรตามก็ถูกหาว่าตามจิก ทั้งยังถูกคู่กรณีโพสต์ด่าทางโซเชียลอีกด้วย ทำเจ้าตัวเครียดหนักจนต้องทายานอนหลับ พร้อมตัดพ้อว่ากำลังสู้กับคนที่ไม่ธรรมดา .

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2564 ดาราสาว “นุ๊ก”  สุทธิดา พร้อมด้วยทนาย “อัจฉริยะ  เรืองรัตนพงศ์” ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนุ๊กด้วยตัวเอง ก็ได้เปิดบ้านหลังดังกล่าว พร้อมคู่กรณี และได้เปิดใจกับสื่อแบบพร้อมหน้า โดย นุ๊กกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

 “เรื่องต่อเติมบ้านเขาไม่ได้มีไลน์ว่ามาขอต่อเติม แต่มีถ่ายรูปบ้านให้ดูบางส่วน แต่ไม่ได้ถ่ายอันนี้ แต่ถ่ายเป็นสภาพบ้านเดิม ในสัญญาระบุว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย และเป็นโฮมออฟฟิศ แต่ไม่ได้แจ้งว่าจะทำเป็นโรงงาน หรือประกอบกิจการอย่างนี้”ไม่ต้องติดต่อผ่านนุ๊กแล้ว ต้องเข้ารักษามะเร็งรอบสองแล้ว นุ๊กก็อยากจะบอกว่า ถ้าน้องเพชรมีเรื่องที่อยากจะประสานงานในส่วนของการไกล่เกลี่ยใดๆ ก็แล้วแต่ ก็ให้ประสานกับคุณอัจฉริยะได้เลย เพราะว่าตอนนี้ก็เป็นตัวแทนของนุ๊กไปแล้ว ฉะนั้น ประสานกันโดยตรงได้เลย ไม่ต้องติดต่อผ่านนุ๊กมาแล้ว ถึงตอนนี้นุ๊กก็ถึงเวลาที่ต้องเข้ารักษาตัว รักษามะเร็งรอบที่สองแล้ว ก็คงไม่ได้มีเวลาได้คุยกับน้องหรอกค่ะ ก็มีคุณอัจฉริยะมาเป็นตัวแทนให้

ถ้าคิดว่าบริสุทธิ์ใจ หรือว่าอยากจะไกล่เกลี่ย ก็ให้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยเร็วนะคะ เพราะว่าตอนนี้มันก็เริ่มนาน ตั้งแต่น้องโดนจับไปคราวก่อน ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว บ้านอยู่ในสภาพนี้ แล้วก็ต้องบอกว่าเราเสียผลประโยชน์โดยการใช้เช่าบ้าน เดือนละ 8 หมื่น คือ ถ้ามันยิ่งนานไป อย่าว่าบ้านที่ยังไม่ได้เช่าผลประโยชน์การเช่าบ้านที่เราจะให้คนอื่นเช่าต่อ เราก็เสียผลประโยชน์ ถ้ามีความจริงใจจริงๆ ก็อยากให้รีบดำเนินการติดต่อคุณอัจฉริยะมา เพราะที่ผ่านมาก็เป็นคำพูดนี้ตลอด ว่าพร้อมจะซ่อมให้ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่สักที ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกัน จริงๆ แล้วตั้งแต่เช่าบ้าน ก็ไม่ได้เจอน้องเขา มาเจอก็คือชวนให้น้องเขามาทานข้าวแถวบ้าน หลังจากที่เขามาอยู่ได้เดือนหนึ่ง เพราะอยากจะเห็นหน้าจริงๆ ของคนที่อยู่บ้านเรา ก็ได้เจอครั้งนั้นครั้งเดียว แล้วก็หลังจากนั้นก็เป็นวันนี้

 นุ๊กได้เจอการ์ดทหารอากาศ แล้วในสัญญาเช่าบ้านการ์ดทหารอากาศท่านหนึ่ง ก็เป็นคนเซ็นเป็นพยานด้วยนะคะ มีชื่อ ลายเซ็นครบนะคะ ต้องบอกก่อนว่าคุณพ่อนุ๊กก็เป็นอดีตผู้ช่วย ผบ.ทอ. เขาก็ได้ทักนุ๊กด้วยนะ ว่ารู้จักกับคุณพ่อ ซึ่งเราก็ได้เห็นหน้าอยู่ คือนายอธิป ทั้งแม่และน้อง เขาจะมีการ์ดเดินรายล้อมอยู่ประมาณ 7-8 คน เวลาไปไหน มันก็ทำให้เรากังวลและหลายๆ อย่าง ในเรื่องของการแอบอ้าง นุ๊กอัดไว้หมดในเรื่องคลิปเสียง ไม่ว่าจะเป็นการแอบอ้างรู้จักกับนายตำรวจหลายๆ คน หรือแม้แต่กับคุณอัจฉริยะเองเมื่อวานเขาก็บอกนุ๊กก็อัดเอาไว้ เพราะฉะนั้นทุกๆ อย่างมีหลักฐานหมด (ยศอะไรที่เขาแอบอ้าง?) จริงๆ ไม่ใช่แค่ทหารอากาศแต่ว่ามีหลายคน ทนาย นักการเมือง เยอะค่ะที่เขาแอบอ้าง อันนี้ก็เดี๋ยวให้คุณอัจฉริยะจัดการแล้วกันค่ะว่ารู้จักจริงไหม หรือว่าแค่แอบอ้างเฉยๆ

 ก็ดีที่พี่อัจเข้ามาช่วยนุ๊กตรงนี้ เพราะว่าเป็นตัวกลางที่จะดำเนินการ แล้วก็จัดการทุกอย่าง เพราะนุ๊กก็คงต้องหายไปโรงพยาบาลสักระยะ 4-5 วันอยู่แล้ว วันนี้ได้มาเห็นสภาพบ้านอีกครั้ง แน่นอนค่ะ…ว่ารู้สึกแย่มากๆ เวลาที่มาบ้านนี้ หวังว่าจะได้มีโอกาสทำให้มันกลับไปเป็นเหมือนเดิม อย่างน้อยใกล้เคียงกับอย่างเดิมก็ยังดี สิ่งที่เขาพูด ก็คือเขาพูดอย่างนี้มานานแล้ว ว่าจะช่วยเหลือเรา จะรับผิดชอบ ทั้งแม่ทั้งน้องก็พูดอย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่ไปตกลงกันที่สน. แต่ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ณ วันนี้นะคะนุ๊กขึ้นอยู่กับพี่อัจเลย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการยังไงก็เป็นทางทนาย และพี่อัจพูดคุยกับฝั่งโน้น เพราะอย่างที่บอกว่ามันช้าไปแล้ว เราให้เวลาเขาเป็นเดือนแล้วนะคะ เขาไม่ได้ติดต่ออะไรมาเลย ก็หลังจากนี้จะคุยอะไรคุยกับพี่อัจได้เลยนะคะ”

ในขณะที่ “เพชร” อธิป กล่าวว่า “วันนี้ผมมาขอโทษพี่นุ๊ก เรื่องที่ด่าพี่นุ๊กออกสื่อ และก็พูดจาไม่ดีกับพี่นุ๊กไป และขอโทษเรื่องบ้านด้วยที่ทำบ้านเสียหาย ต้องขอโทษพี่นุ๊กด้วย  (ยกมือไหว้) เรื่องทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อจำหน่าย ผมยังยืนยันคำเดิม ผมไม่ได้จำหน่ายจริงๆ เรื่องบ้านผมยินดีรับผิดชอบซ่อมให้หมดทุกอย่างเลย ทั้งการซ้อมบ้าน และยินยอมทั้งหมด  ส่วนจะดำเนินการเมื่อไหร่ ตรงนี้ให้พี่นุ๊กเป็นคนกำหนด และเซ็นสัญญามาได้เลย (นุ๊กเรียกค่าเสียหายไป 5 ล้านบาท เราก็ยินยอมใช่ไหม?) ถ้าเป็นเงิน แล้วจำนวนมันเยอะเกินไป ผมขอซ่อมบ้านดีกว่า คือผมกับคุณแม่อยู่กันคนล่ะที่ ผมอยู่คอนโด คุณแม่คุยกับพี่นุ๊ก แล้วก็ไม่ได้ติดต่อผมด้วย คำพูดมันก็เลยไม่เข้าใจกัน ผมอยากจะบอกว่าถึงผู้เช่าจะเป็นคุณแม่ แต่ทั้งหมดอยากให้มาลงที่ผมคนเดียว เพราะว่าผมเป็นคนทำเสียหาย ไม่ใช่คุณแม่”

เพชร ยังยอมรับว่าได้ต่อเติมบ้านทำโมเดลโรงงงาน โดยตนเองได้แจ้งนุ๊กแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าเยอะขนาดนี้  “คดีถุงมือตอนนี้อยู่ขั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่เขาได้ดูว่ามีการจำหน่ายไหม หรือว่าทำการทดลองอย่างเดียวตามที่ผมบอก สาเหตุต่อเติมบ้าน ผมจะทำเป็นโมเดลโรงงาน ผมแจ้งพี่นุ๊ก แต่ไม่ได้แจ้งว่ามันเยอะขนาดนี้ คือ ไลน์ไปหาพี่นุ๊ก บอกว่าขออนุญาตต่อเติม แต่ไม่ได้บอกว่าเยอะขนาดนี้ ผมก็ผิดที่ไม่ได้บอกพี่นุ๊ก ห้องข้างบนผมทำให้มีคีย์การ์ด อันนั้นเป็นห้องนอนผมเอง และมีชั้นใต้ดินที่ผมทำใหม่เป็นห้องละหมาด ส่วนเรื่องเสพยาอันนี้ผมยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาดของตัวผมเอง ทั้งผมและลูกน้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการโดนคุมความประพฤติและใส่กำไลข้อเท้าอีเอ็ม ผมยืนยันได้ว่าผมเป็นแค่เด็กอายุ 25 ปีคนหนึ่ง แล้วผมก็โดนโกงมาเยอะมาก จากคนที่โดนโกงถุงมือ ถ้าผมมีอิทธิพลจริง ผมคงไปตามเอาหนี้คืนแล้ว คนที่โกงถุงมือผมไปมีถึง 10 ล้าน มีการยัดถุงมือเหลือง มีการยัดถุงมือมือสอง แต่ผมเลือกที่จะไม่จำหน่ายต่อ ผมเลือกที่จะเอามาทดลองเปลี่ยนสีไป ขอความกรุณาพี่นุ๊ก เพชรก็ขอโทษพี่นุ๊กจริงๆ (ยกมือไหว้) ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเพชรด้วย ไม่มีผู้ใหญ่แนะนำ ด้วยอารมณ์ ด้วยอะไรก็แล้วแต่ เพชรอยากเข้าบ้านมาเอาเสื้อผ้า มาเอาอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งหมดชีวิตเพชรมันก็มีเท่านี้ ทั้งหมดเพชรเป็นคนหาเอง ส่วนที่แอบอ้างนายทหารระดับสูง สนิทกับตำรวจท้องที่นั้น พี่ๆ ตำรวจท้องที่เหมือนคนข้างบ้าน เขาแจ้งว่าเสียงดัง ผมก็เข้าไปรับทราบ มีบ้างที่รู้จักกับตำรวจท้องที่ แต่ไม่ได้มีสนิทอะไรขนาดนั้น ส่วนที่ว่าผมเปิดบริษัทใหม่นั้น ไม่ใช่เลย มันเป็นบริษัทเดิม ผมก็ยังยืนยันในอาชีพครับ ผมยังทำเหมือนเดิม เพราะว่าบริษัทเครื่องมือแพทย์ผมเปิดตั้งแต่ปี 2561 แล้วครับ ได้รับอนุญาตถูกต้องครับ แต่ว่าไม่ได้จดการแจ้งย้ายมาที่นี่เท่านั้นเองครับ ส่วนที่ถามว่าชื่อบอสหรือเพชร จริงๆ เป็นชื่อในวงการครับ เพื่อให้คนจำว่าเป็นตรีเพชรครับ แต่ที่เขาเรียกบอส คือ พนักงานเขาเรียกกันมาเอง ก็คือชื่อเพชร”

พร้อมรับทุกข้อกล่าวหาเพราะทำผิดจริง

เพชร : “ผมยินดียอมรับทุกข้อกล่าวหาครับ เพราะว่าผมก็กระทำผิดจริง วันนี้ผมต้องขอโทษพี่ๆ ทุกคน และขอโทษพี่นุ๊กอีกครั้งหนึ่ง ยินดียอมรับทุกอันครับในกรณีของบ้านเสียหายครับ แต่ในเรื่องคดีอื่นๆ ที่ทนายอัจฉริยะพูดไป ผมขอสู้ทุกคดี ส่วนคดีการค้ามนุษย์ที่ทนายบอก ข้อเท็จจริงอยู่ที่พนักงานทุกครับ ผมเชื่อว่าผมทำความดีมากพอกับพนักงานทุกคน รอพนักงานออกมาพูดดีกว่าครับ ผมไม่พูดเองดีกว่า จริงๆ แล้วพี่ๆ ที่เป็นทหารอากาศเราแค่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก เหมือนกับเป็นคุณลุง คุณป้า ทำงานอยู่ในราชการ ไม่ได้มีอิทธิพล อำนาจใดครับ จริงๆ วันนี้ผมแค่มาขอโทษพี่นุ๊ก ถ้าเขาจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตแล้วแต่ที่ประสงค์ครับ ผมมาตามนัดพี่นุ๊กครับ”

ด้านทนายอัจฉริยะ ที่มาช่วยนุ๊กเรื่องคดีความ กล่าวว่าจะลุยดำเนินการเอาผิด หากอีกฝ่ายเป็นมาเฟีย จะดำเนินการทุกรูปแบบ น้อยไปกับสิ่งที่ทำ ขอโทษก็สายไป

“ เรายืนยันครับ เพราะว่าไม่ได้มีเพียงข้อหาเดียว หลายข้อหา เดี๋ยวก็ต้องรอรับกรรม ใครทำกรรมก็ต้องรับไว้อยู่แล้ว บอกนุ๊กไปแล้วว่านุ๊กไม่ต้องคุย ปล่อยเป็นหน้าที่ของผม เพชรเขาเป็นมาเฟีย ยืนยันเลยว่าที่นี่ต้องไม่มีมาเฟีย มีแต่มาฟรี ทุกข้อหาที่เราทำได้ เราทำหมด (มีอะไรบ้าง?) ทุกรูปแบบที่เขาโดน ยังน้อยไปกับสิ่งที่เขาบังคับใช้กับคนงาน ของคุณนุ๊กก็ถือว่าหนักแล้ว แต่ของคนงานหนักกว่า ดังนั้นเราคงไม่ปล่อยไว้ให้ลอยนวล ถามว่าคดีอะไรบ้าง หลายๆ ประเด็นที่เราทำ เราทำทุกมิติครับที่เราสามารถเอาผิดเขาได้ เราบอกเขาต่อหน้าเลย แม้กระทั่งคดีหมิ่นประมาท เราเอาหมด ฉะนั้นคำว่าขอโทษมันสายไปแล้วน้อง ก็ยืนยันนะครับว่าไม่มีอิทธิพล ไม่รู้จัก ไม่เคยเจอ ไม่เคยทานข้าว ผมยืนยันว่าเราจับอย่างเดียวนะครับ มีหน้าที่บังคับใช้กฏหมาย หมดยุคที่ประเทศไทยมีมาเฟียแล้ว ไม่มีแน่นอน แล้วผมมั่นใจว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาล, ผบ.ตร. ท่านคงไม่ปล่อยให้มีมาเฟียมารังแกคุณนุ๊ก ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งอยู่แล้ว ยืนยันได้ว่าไม่มีแน่นอน เดี๋ยวหมายจับออกเมื่อไหร่ ผมก็จับ ผมไม่เคยปรานีใคร  โดยเฉพาะมาเฟียแบบคุณมีทหารอากาศรายล้อมผมมีหลักฐาน ผมไม่คุย ผมจะฟ้องอย่างเดียว ตัวผมประเภทมวยบู๊อยู่แล้วครับ ไฟเตอร์ ไม่ใช่มวยเชิง แล้วไม่มีลีลา เมื่อกี้เขาก็ยอมรับสารภาพแล้วต่อหน้าสื่อ แล้วสัปดาห์หน้าเราก็ฟ้อง เราคงไม่ไปคุยเจรจาอะไรแล้ว ส่วนที่บอกว่าสิ่งที่เขาพูดเหมือนเราไม่ค่อยเชื่อ (หัวเราะ) เขาไม่เคยน่าเชื่อถืออยู่แล้วนะ เขาจะอ้างว่าเขาเป็นเด็ก เด็กอะไร 25 แล้ว ถ้าเด็กอายุ 15 ก็ว่าไปอย่าง

 (ไม่ยุ่งคดีคนอื่น) เราไม่ไปยุ่งของคนอื่น เราทำเฉพาะเคสที่เรารับช่วย คือเรื่องของคนงานที่ถูกกระทำ แล้วก็ของคุณนุ๊ก ส่วนเรื่องของถุงมือ เป็นเรื่องของ ปคบ. ที่เป็นความผิดต่อรัฐอยู่แล้ว โดย อย.เป็นผู้เสียหาย ในส่วนของเราเราจะทำแค่ 2 เคส เรื่องคนงานเขามาร้องเราตั้งแต่ทีแรกแล้ว ว่าเขาถูกบังคับให้เสพยา แล้วก็ไม่จ่ายค่าแรง พอถึงเวลาก็ไปให้ตำรวจสน.วังทองหลางมาจับ แล้วก็มี 2 คนที่ท้อง ที่เกิดจากการกระทำของเขาอะแหละ ทีนี้เดี๋ยวเราก็จะดำเนินคดี ถามว่ามั่นใจไหม อันนี้มันชัวร์อยู่แล้ว ในขณะนี้ผมคิดว่ากำไลข้อเท้าข้างเดียวคงไม่พอ สำหรับคนคนนี้ อย่างเมื่อกี้ที่บอกว่ามือเปื้อนสี แต่เดี๋ยวคงไปอยู่ห้องสีเหลี่ยมก็คงจะหายเอง ยืนยันนะครับว่า คงไม่นาน เราเห็นคลิปเขาหมดทุกคลิปแหละ ที่มีการพาดพิงเราด้วย คุณนุ๊กด้วย แล้วก็มีการแอบอ้างผู้ใหญ่ มีการกล่าวหาผู้ใหญ่ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรามีคลิปทุกคลิปของเขาอยู่แล้ว แล้วทหารอากาศเราก็รู้จักอยู่ แล้วเราก็ยืนยันว่า วันนี้ไม่มีทหารอากาศที่จะมามีอิทธิพลเหนือใครแล้ว เพราะทุกคนก็ให้สัจจะวาจาแล้วว่า จะไม่มายุ่งเกี่ยวอีกแล้ว ดังนั้น ผมถึงบอกว่าเขาไม่มีอิทธิพลหรอก ตอนนี้เขามีอย่างเดียวคืออย่าให้แม่เขาโดน”

เมื่อถามเรื่องทนายอัจฉริยะว่ามั่นใจแค่ไหนและมีหยลักฐานหรือเปล่าเรื่องที่แม่อีกฝ่ายสมรู้ร่วมคิด ซึ่งทนายคนดังแจงว่า  “สมรู้ร่วมคิด จะอ้างยังไงก็ช่าง แต่หลักฐานที่เรามี พยานเรามีตั้ง 10 กว่าปาก แล้วก็ยืนยันว่ามีการสมรู้ร่วมคิด ส่วนเขาจะปฏิเสธยังไงก็เป็นเรื่องของทางศาลแต่เรามั่นใจในพยานหลักฐานของเรา ที่เรามีการดำเนินการอยู่ (มีคดีความ การซ่อมบ้านไม่ล่าช้า) ไม่ อย่างนี้นะครับ คือต้องเรียนก่อนว่า หลังจากที่เราฟ้องศาลเสร็จ อำนาจการซ่อมเป็นของเรานะ ส่วนคุณนุ๊กจะซ่อมใช้เวลาเท่าไหน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็เก็บไว้ ถึงเวลาเราก็เอากับเขา ที่เขาบอกว่าจะซ่อมเอง เราไม่เอา เพราะว่ามันไม่กำหนดระยะเวลา แล้วเป็นสัญญาปากเปล่า ถ้าคุณนุ๊กไปเซ็นปั๊บ ในคดีทำให้เสียทรัพย์เนี่ย ก็เท่ากับว่าเรายอมรับไปเลย มันเป็นความผิดทางแพ่ง ไม่ใช่ทางอาญาแล้ว ทีนี้ที่เขากลัว คือ ความผิดทางอาญา ซึ่งเราฟ้องแพ่งอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็เอาทั้งแพ่งทั้งอาญา แล้วที่สำคัญคือเขามีบ้าน มีรถ มีคอนโด ทั้งแม่ทั้งลูก เรายึดทรัพย์มาได้หมดอยู่แล้ว เอาสิ่งนั่นมาขายทอดตลาด แล้วก็เอามาคืนเราได้อยู่แล้ว อันนั้นเราไม่ได้กังวล แต่ว่าเราต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว เราพูดปากเปล่าไม่ได้ เหมือนอย่างคุณนุ๊กใจดีกับเขา แล้วเขาก็ไม่รักษาคำพูด วิธีการของเราคือบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว เรื่องเขาโพสต์ด่าก็ถ้ามันชัดเจนเดี๋ยวเราเอาหมด ผมยืนยันว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ไม่เคยกินข้าวด้วย เมื่อกี้ยังถามเขาเลย ว่าไปกินตอนไหน เขาบอกกินตอนเด็ก (หัวเราะ) ผมก็ยังงงเลย เด็กตอนไหน ผมอยู่ 54 แล้ว ถ้าเขากินกับผม สงสัยอายุเขา 10 ปีมั้ง คงไม่ใช่แล้ว เพราะว่าไม่มีอยู่แล้ว ให้นุ๊กสบายใจ ผมไม่ให้คุยเพราะคุณนุ๊กเขาป่วย ถ้าบอกว่ามาเฟียมาเจอกับผมดีกว่า แล้วจะได้รู้ว่าของจริงคืออะไร แล้วนรกมีจริงนะครับ”