“แพต ชญานิษฐ์ “ หมดสัญญาจาก “นาดาว บางกอก”

gossip ดาราไทย

หัวข้อที่น่าสนใจ

ทำเอาแฟน ๆ ใจหาย หลังจากค่ายดัง นาดาว บางกอก ได้ส่งจดหมายแจ้ง การหมดสัญญาของนักแสดงสาวมากความสามารถ “แพต ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช”

โดยใจความในจดหมายระบุว่า

“บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด ขอแจ้งให้ทราบว่า แพต ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช ได้หมดสัญญานักแสดงกับทางบริษัทแล้ว โดยน้องเข้ามาพูดคุยถึงทิศทางในอนาคต ว่าหลังจากนี้จะขอออกไปเป็นนักแสดงอิสระ พิจารณาการรับงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง ซึ่งพี่ ๆ เข้าใจและเคารพการตัดสินใจของน้อง

ทั้งนี้ ในโปรเจกต์ W โปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องแรกของนาดาวที่ทำร่วมกับ GDH แพตจะยังคงเข้าร่วมเป็นนักแสดงตามเดิม ส่วนงานการแสดงและงานลูกค้าทั้งหมดที่บริษัทรับไว้ให้น้องก่อนหน้านี้ ทางบริษัทยังคงรับผิดชอบเป็นผู้ประสานงานต่อจนงานสำเร็จเรียบร้อย

พี่ ๆ ที่นาดาวขอบคุณแพต ที่น้องเป็นนักแสดงที่มีความรับผิดชอบ มีวินัย ตั้งใจทำงานทุก ๆ ครั้งอย่างเต็มที่

และสร้างรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างเสมอ ต่อจากนี้ขอให้ประสบความสำเร็จ มีโอกาสในการแสดงที่หลากหลาย

พี่ ๆ จะติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้เสมอ”

“แพต ชญานิษฐ์ “ หมดสัญญาจาก “นาดาว บางกอก” 02

ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีนักแสดงหมดสัญญาและขอยกเลิกสัญญากับทางค่ายดัง นาดาว บางกอก มาแล้ว ทั้งนักแสดงหนุ่ม ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร ,  กุ๊กไก่ ภาวดี คุ้มโชคไพศาล และ คลอดีน อทิตยา เครก ซึ่งทางนาดาวได้ชี้แจงเหตุของการที่ทั้ง 3 คนออกจากค่ายว่า ทั้งสามคนขอไปทำสิ่งต่างๆ ของตนเองตามที่ตั้งใจไว้ และมีทั้งคนที่ร่วมและไม่ร่วมโปรเจกต์ W ซึ่งเป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์ของนาดาว หลังหมดสัญญาด้วย

จากนั้นก็มีการร่อนหนังสืออีกฉบับ ซึ่งเป็นการขอออกจากสังกัดของนักแสดงและนักร้องมากความสามารถ “แพรวา ณิชาภัทร ฉัตรชัยพล” เจ้าของเพลงฮิต รักติดไซเรน (My Ambulance)  ที่ทาง นาดาว บางกอก จำกัด และ บริษัท นาดาว มิวสิค จำกัด ได้เผยเอกสารแจงการสิ้นสุดสัญญาของแพรวา โดยเนื้อหาระบุว่าแพรวา ได้ตัดสินใจที่จะขอออกไปเป็นนักแสดงและศิลปินอิสระ โดยจะพิจารณาการรับงาน ทั้งงานการแสดงและงานเพลงด้วยตนเอง

การที่เด็กในสังกัดทยอยออกไปหลายต่อหลายคนในปีนี้ ย้ง ทรงยศ ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า นาดาวฯ สามารถทำงานที่พัฒนาแล้วส่งเด็กไปได้ในจุดที่เขาไปต่อด้วยตัวเองได้กันทุกคน คนไหนที่ทำแล้วเราส่งเขาได้แล้ว เราก็จะมาสก์ไว้ ต้องเข้าใจว่านาดาวเป็นบริษัทพัฒนาศิลปิน เราทำให้น้องเป็นที่รู้จัก ฝึกน้องจนมีฝีมือมากพอ เราก็อยากให้เขาไปทำงานกับคนเก่งๆ ข้างนอก เวลาของพี่ๆ ก็จะไปพัฒนารุ่นน้องๆ ต่อ จนถึงจุดที่เขาแข็งแรงพอที่จะไปทำงานกับคนนอก เราก็ทำอย่างนี้ส่งไปเรื่อยๆ แต่ละคนก็จะมีงานที่หลากหลายแตกต่างกันไป