“ออย ธนา” เปิดใจครั้งแรกตอนนี้สถานะโสด ขอทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูก

ดาราไทย ออย ธนา

หัวข้อที่น่าสนใจ

หลังจากที่หลายคนสงสัยในความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยา “ออย ธนา สุทธิกมล” และภรรยาสาว “เธอ รวรีย์” ว่าได้ยุติลงแล้วใช่ไหม หลังจากที่ทั้งคู่ต่างลงข้อความทำให้หลายคนคาดเดาไปแบบนั้น ล่าสุด “ออย” ได้ออกรายการ “แฉ” พร้อมเปิดใจถึงเรื่องนี้ครั้งแรก

“มีหน้าที่ของการดูลูก หน้าที่ความเป็นพ่อและแม่ เกือบครึ่งปีแล้ว เพราะว่าช่วงแรกที่ชวนมาออกรายการยอมรับว่ายังมาไม่ไหว ไม่รู้จะพูดอะไร กลัวพูดไปแล้วเราก็จุก

เราตั้งเป้าว่ามนุษย์พ่ออย่างเรา ครอบครัวเราอยากสร้างให้ดีที่สุด แล้ววันหนึ่งมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันหายไป มันไม่รู้จะทำอะไรเลย พี่ดุ๊ก ภาณุเดช ไลน์มาถามเป็นไงบ้าง คุยกันนะ ผมบอกไม่รู้จะทำอะไรเลยพี่ คือแบลงก์ไปหมดเลย ถ้าทำงานยังมีอะไรให้คิด แต่เมื่อไหร่อยู่คนเดียวมันจะคิดวนไปวนมา หลายๆ อย่าง เพราะอะไร ทำไม ไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกๆนะ”

 “ออย ธนา” เปิดใจครั้งแรกตอนนี้สถานะโสด ขอทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูก 1
 “ออย ธนา” เปิดใจครั้งแรกตอนนี้สถานะโสด ขอทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูก 2

วันหนึ่งมีครอบครัวฝันเต็มที่ แต่ไปไม่ถึงฝัน แต่ก็ยังมีลูก?

“ใช่ ตอนนี้เราก็ช่วยกันทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ยอมรับว่ามันอาจจะไม่สมบูรณ์มาก เรายังเป็นพ่อแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เราช่วยกันทำตรงนี้ให้ดีที่สุด ทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้ขาดอะไร (โฟกัสที่ลูก?) ใช่ครับ”

ก่อนหน้านี้โพสต์ระบายไว้?

“หลายๆคนคงจะเดาเป็นอะไร เขียนอะไรที่ไม่ควรเขียน เหมือนขอโทษด้วยมีบางสิ่งกระทบบางคนที่เสียหาย ผมเองที่เวิ่นเว้อไปเอง พยายามจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น มันก็เหมือนทุกคู่ที่มีปัญหาบ้าง แต่เดินมาถึงจุดหนึ่งที่คุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว เราทำยังไงกันดี ดีกว่า เรื่องอะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ช่างมันเอาเป็นว่าจะเดินหน้าต่อไปยังไงให้ดีที่สุด”

3 เดือนนั้นเก็บตัวไม่เจอคนเลย?

“ตอนนั้นยังทำงาน มีละครใกล้จบ ช่วงรอยต่อละคร ก็ว่างด้วย บวกกับก็ไม่ควรออกไปไหนด้วย หลายๆอย่างรวมๆ กัน ก็ไม่ได้อยากเจอใคร เก็บตัวอยู่บ้าน มีทั้งข้อดีและไม่ดี ข้อดีเรามีเวลาคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะทำอะไร ข้อไม่ดีมันจะวนเวียนไปเรื่อยๆ บวกกับเรายังอยู่ที่เดิม”

 “ออย ธนา” เปิดใจครั้งแรกตอนนี้สถานะโสด ขอทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูก 3
 “ออย ธนา” เปิดใจครั้งแรกตอนนี้สถานะโสด ขอทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูก 4

ชีวิตจริงไม่เหมือนในละครที่จบแฮปปี้เอนดิ้ง?

“ทุกคนมีทางเดินที่ต่างกันไป มุมมองที่ต่างกัน บทสรุปความคิดที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นโจทย์มีเยอะมากมายสามารถเกิดอะไรขึ้นได้กับชีวิตทุกคน และก็จุดที่ผมยืนกับที่เขายืน ก็มองไม่เหมือนกัน กว่าจะตั้งหลักได้ มันวนเวียนในความคิดตัวเองหลายเดือน จนรู้สึกว่าเราออกไปทำงานไม่ได้ ออกไปใช้ชีวิต ไปเล่นละครไม่ได้ จนไม่ไหวไลน์คุยกับเพื่อนไม่ไหวแล้ว ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ชีวิตเดินต่อไป ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าตัวเองควรทำยังไง เหมือนหลอกตัวเอง สะกดจิตตัวเองว่าพอแล้วไม่เสียใจแล้วแค่นี้ คิดว่าต้องทำอะไรดีกว่า ก็ได้แบบหลอกๆ แต่ว่าก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย พยายามใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไร หานกหาอะไรมาเลี้ยงไปให้มันวุ่นๆ ก็ดีขึ้น”

ได้กลับมาเจอลูกทุกอาทิตย์แล้ว?

“ใช่ครับ จากที่เราตกลงกันไม่ได้ เลยหาคนกลางมาคุยไกล่เกลี่ยให้เรา เป็นคนที่สำคัญพอที่ทำให้เรายอมรับ มีคนคุยให้มีบทสรุปที่มีผลทางข้อกฎหมาย ให้เราปฏิบัติ ก็เรียกว่าจบแบบเคลียร์ดีกว่า ไม่สนว่าคุณจะมีปัญหาอะไรกัน เอาต่อจากนี้ดีกว่าว่าคุณต้องทำอะไร เราไม่สนว่าเราจะทะเลาะอะไรกัน ต่อไปนี้จะโฟกัสที่เด็กให้ได้ประโยชน์ที่สุดก็สั่งเรามาสั่งเขามา มีผลปฏิบัติต้องช่วยกันดูแลให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็โอเคขึ้น ได้มาดูแลลูกสาว มีส่วนช่วยให้เขาเจริญเติบโตไปช่วยกันดูแล ติดลูกมาก” 20รับ100