“พีเค” เคลียร์ดราม่า ยันซื้อภาพวาด “แพท พาวเวอร์แพท” บริสุทธิ์ใจ

หัวข้อที่น่าสนใจ

พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร เคลียร์ดราม่า ขอโทษที่ใช้ศัพท์ผิดคิดว่า คุก และ เรือนจำ คือคำเดียวกัน เคลียร์ดราม่าซื้อภาพวาด “แพท พาวเวอร์แพท” เพราะอยากช่วย

เพราะความอยากช่วยเลยกลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาซะงั้น หลัง “พีเค” ปิยะวัฒน์ พิธีกรรายการคุยแซ่บshow และได้เสนอราคาซื้อภาพจากแพท พาวเวอร์แพท  หรือ วรยศ บุญทองนุ่ม ขณะสัมภาษณ์ในรายการ งานนี้ทำเอาโซเชียลต่างวิจารณ์หนุ่มพีเคต่างๆ นาๆ บ้างก็อยากให้พีเคคืนภาพแพทเพราะดูแล้วแพทไม่อยากได้เงิน บางคนก็บอกว่าพีเคมารยาทแย่มาก ๆ ควรทบทวนตัวเอง รวมถึงการใช้คำพูดที่สัมภาษณ์ในวันนั้น ซึ่งพีเคใช้คำว่าคุกแทนที่จะใช้คำว่าเรือนจำ งานนี้หนุ่มพีเค เลยขอมาเคลียร์ถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า

“ผมรู้สึกว่าแพทมีความสามารถมากในเรื่องของการวาดภาพ แล้วภาพที่มาโชว์วันนั้น  ถ้าไปอยู่ในบ้านใคร บ้านนั้นจะสวยขึ้นมากเลย แล้วภาพก็เกี่ยวกับครอบครัว ผมก็นึกขึ้นได้ว่าครอบครัวที่2 ของผมคือ คุยแซ่บshow ก็เลยอยากจะซื้อติดไว้ที่ออฟฟิศถ้าเขาจะขายนะ  พอดีชมพู่ก็เปิดว่า แล้วถ้าประมูลจะเริ่มเท่าไหร่ คือถ้าประมูลนะมันก็ต้องเริ่มต่ำไปสูง เราก็เลยเปิดที่ 10,000 คือเราตั้งใจให้แพทเขาขึ้นราคา เท่าไหร่ก็ว่ากัน ถ้าเกิดแพงเกินไปพี่อาจจะขอเงินส้ม เจ้าของรายการมาซื้อ เพราะอยากซื้อติดที่ออฟฟิศ ปรากฏพอเปิด 10,000 แพทบอกว่าเอาไปเลยพี่ ผมก็โอเคขอบคุณมาก

ถามว่ามูลค่ามันน้อยไปไหม ผมว่ามันแล้วแต่เจ้าของภาพ ถ้าเราบอก 10,000 แล้วเขาบอก 15,000 ต่อไป 20,000 อะไรแบบนี้ เท่าไหร่เราก็สู้ เพราะภาพเขาสวย และแพทมีฝีมือในการเก็บรายละเอียดที่ดีมาก คือเปิดไป 10,000 กะว่าต่อให้เขาอัพขึ้นมาหน่อย แต่เขาให้เลย พี่ก็โอเค ถ้าเขาให้ด้วยใจ พี่ก็ยอมจ่าย แล้วมอบภาพนี้ให้กับคุณส้มและทีมงานคุยแซ่บตั้งแต่วันนั้น”

เมื่อถามถึงเรื่องที่โดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าน่าจะใช้คำพูดว่าเรือนจำหรือว่าในนั้น มากกว่าคำว่าคุก เพราะว่าคุกความรู้สึกของคนที่เขาฟังมันดูหดหู่แล้วมันดูรุนแรง ซึ่งพิธีกรหนุ่มแจงเรื่องนี้ว่า

“สำหรับผม ด้วยความที่เราโตนิวยอร์กมา 20 ปี ในหัวพี่คิดเสมอว่าคำว่าคุกกับเรือนจำคือคำเดียวกัน แต่ภาษาพูด ภาษาเขียนมันต่างกัน แต่พอเราพูดในรายการ บางคนไม่ชอบใช้คำว่าคุก ต้องใช้คำว่าเรือนจำ เอาอย่างนี้ต้องขอโทษด้วยแล้วกันถ้าผมใช้ศัพท์ผิด เรื่องดราม่า เอาจริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากกับคำด่า เพราะเรารู้ว่าใจเราลึกๆ เราทำดี เราอยากจะทำดี แพทเขาอยู่ในเรือนจำหรือติดคุกมา 16 ปี 8 เดือน เราคิดว่าเราอยากออฟเฟอร์อะไรก็ได้ให้เป็นเงินก้นถุงให้เขาไปการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราก็เลยซื้อรูปเขา เพราะว่าถ้าให้เงินเขาเฉยๆ เขาคงไม่เอา เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำ เราถือว่าเราทำบุญแล้ว แล้วถามว่าอนาคตมันมีอะไรแบบนี้มาอีกจะทำบุญอีกไหม ทำ เพราะว่าสุดท้ายแล้วความสุขอยู่ที่ใจ ก็เคลียร์นะแค่อยากช่วยแค่นั้นเอง”

ในขณะที่แพท เพาเวอร์แพท กล่าวถึงเรื่องกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นว่า

“จริงๆ แล้วเป็นความเต็มใจของผม เพราะว่าพี่พีเคก็เหมือนกับพี่ในวงการด้วย แล้วเห็นว่าพี่เขาชอบในผลงานของเราจริงๆ อยากได้จริงๆ แล้วชื่นชอบในฝีมือของเราจริงๆ เรื่องจำนวนเงินผมไม่ได้มองถึงตรงนั้น ผมมองเรื่องของคุณค่ามากกว่า ก็อยากจะมอบให้พี่พีเคด้วยความรู้สึกที่แท้จริง ก็เหมือนให้ไม่ได้คิดว่าเราขายกัน เป็นควมพึงพอใจทั้งสองฝ่าย อย่าไปคิดว่าเป็นการตื้ออะไรกันเลย  เพราะผมให้ด้วยใจจริงๆ  สำหรับภาพผมไม่ได้หวังที่จะได้คืนนะ  เพราะว่าผมให้แล้ว ถือว่าให้พี่ ให้ไปแล้วก็ไม่อยากจะรับคืน เพราะว่าเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่ยะให้พี่พีเค เรื่องกระแสตรงนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจมากกว่า ถึงจะมาคืน ผมก็ไม่อยากรับคืนแล้ว เพราะว่าเราให้ไปแล้ว ให้ก็คือให้ ก็คือจบ แล้วก็ไม่ได้เป็นการฝืนใจหรือเป็นการมัดมือชกใดๆ ไม่จำเป็นหรอกครับที่ต้แงมาคืน แต่ก็อยากให้กระแสของแฟนคลับเข้าใจตรงนี้ด้วย ว่าเป็นความพอใจของทั้งคู่ แล้วพี่พีเคไม่ได้เป็นคนที่มาบีบเรา หรือมัดมือชกเรา  ส่วนเรื่องราคานั้น อย่างที่บอก ผมเขียนรูปแล้วผมไม่ได้คิดจะเอามาขาย หรือว่าตีเป็นมูลค่าใดๆ เพราะฉะนั้นตัวเงินมันไม่สามารถวัดได้อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่าที่เราอยากจะมอบให้พี่พีเคเขา อย่าไปตีเป็นค่าเงินเลย เมื่อถามเรื่องของการใช้คำสัมภาษณ์ว่า คุก แทนที่จะใช้คำว่า เรือนจำ ซึ่งอดีตนักร้องดังกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ผมว่ามันเป็นคำที่คนทั่วๆ ไปเขาพูดกัน ไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจหรือรับไม่ได้อะไร เพราะว่าคุกกับเรือนจำมันก็คือสถานที่เดียวกัน อาจจะเป็นการพูดให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นในระดับของคนทั่วๆ ไปที่เขาฟัง เป็นความเข้าใจง่ายมากกว่า อย่าไปคิดว่าเป็นอย่างนู่น แย่างนี้เลย ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยครับ ไม่ได้คิด ไม่ได้อะไรทั้งสิ้น เรารู้สึกดีด้วยซ้ำที่พี่เขาชื่นชอบในผลงานของเรา แล้วก็มีความรู้สึกดีๆ ให้เรา กับดราม่าที่เกิดขึ้น ผมอยากจะขอบคุณทุกๆ คอมเมนต์ ทุกๆ ความเป็นห่วง ที่เหมือนกับว่าออกมาปกป้องผม จริงๆ แล้วผมไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น อยากจะให้ทุกคนเข้าใจด้วย ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกความเป็นห่วง ทุกๆ ความหวังดีที่มอบให้ผมด้วย ประเด็นนี้คิดว่าไม่น่ามีอะไรหรอก น่าจะจบไปได้แล้ว”