ไว้อาลัยต่อการจากไปของนักแสดงอาวุโส “ไพโรจน์ ใจสิงห์”

หัวข้อที่น่าสนใจ

เป็นอีกหนึ่งความสูญเสียของวงการบันเทิง เมื่ออดีตนักแสดงรุ่นใหญ่ “ ปู ปริศนา กล่ำพินิจ” ได้โพสต์รูปพร้อมข้อความไว้อาลัยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า

“ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปอย่างสงบ เมื่อเช้ามืดวันนี้ (22 ก.พ.2564) ที่บ้านพักของอาโรจน์  “ไพโรจน์ ใจสิงห์” หลับให้สบายนะคะอา ปูขอให้ดวงวิญญาณของอาไปสู่สุคติภพอันสงบสุข ด้วยความอาลัยรักค่ะ”

ไพโรจน์  ใจสิงห์ ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก และเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานกว่า 8 ปี ก่อนที่จะมาจากไป  ทางครอบครัวได้แจ้งการประกอบพิธีทางศาสนาของดารา “ไพโรจน์ ใจสิงห์” โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในวันนี้(22ก.พ.) และสวดอภิธรรม 5 คืน ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2564 ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2564 และคืนวันที่ 27 ก.พ. 2564 ก่อนจะฌาปนกิจในวันที่ 28 ก.พ. 2564 ที่วัดลาดพร้าว

“ไพโรจน์ ใจสิงห์” เริ่มเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ปี 2514 ผลงานละครเรื่องแรก คือ ดวง ประกบคู่กับ “วนิดา อมาตยกุล” ในช่วงปี 2516 ถือเป็นนักแสดงชั้นนำระดับต้นๆ ร่วมกับ สมบัติ เมทะนี , ยอดชาย เมฆสุวรรณ , กรุง ศรีวิไล

ไพโรจน์ ใจสิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2484 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย เคยเป็นครูที่โรงเรียนสารวิทยา และโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนครมาหลายปี ระหว่างสอนหนังสือก็ได้หารายได้พิเศษเล่นดนตรีตอนกลางคืน เข้าสู่วงการครั้งแรกในปี 2514 โดยรับบทพระเอกจากเรื่อง ดวง ของ เปี๊ยก โปสเตอร์ คู่กับ วนิดา อมาตยกุล และ สังข์ทอง สีใส เป็นตัวประกอบ

ไพโรจน์เป็นนักแสดงคู่ขวัญกับ วันดี ศรีตรัง มีผลงานแสดงนำร่วมกันหลายเรื่อง ช่วงปี 2516 ได้แก่ ยอดสงสาร รัญจวนจิต สวรรค์เวียงพิงค์ เหลือแต่รัก น้ำตานาง ในช่วงที่ชีวิตการแสดงรุ่งเรือง จัดเป็นนักแสดงชั้นนำอันดับต้นๆ ร่วมกับ สมบัติ เมทะนี, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, กรุง ศรีวิไล, นาท ภูวนัย ช่วงหลังปี 2517 รับบทรอง คู่กับ กรุง ศรีวิไล และ อุเทน บุญยงค์

จนกระทั่งเมื่อปี 2556  ได้ล้มป่วยลงด้วย “โรคอัมพฤต” ซีกซ้าย และมีอีกหลายโรครุมเร้า เช่น ความดันโลหิต , เส้นเลือดในสมองตีบ , กล้ามเนื้ออ่อนแรง , หัวใจและต่อมลูกหมากโต และได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกจนอาการเริ่มดีขึ้น แต่เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2556 “ไพโรจน์” ก็มีอาการทรุดลงอีกครั้ง โดยมีไข้สูง เบื่ออาหาร จนต้องถูกส่งตัวเข้ารักษาอีกครั้งที่โรงพยาบาลราชวิถี

ในปี 2560 เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจากอาการปอดติดเชื้อ มีเสมหะในลำคอมากต้องเคาะปอด ยังทานอาหารเองไม่ได้จะเกิดอาการสำลักต้อง ให้อาหารทางสายยางผ่านจมูก มีไข้และความดันสูง

จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้า ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ก็ได้จากไปอย่างสงบ

“ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปอย่างสงบ เมื่อเช้ามืดวันนี้ (22 ก.พ.2564) ที่บ้านพักของอาโรจน์  “ไพโรจน์ ใจสิงห์” หลับให้สบายนะคะอา ปูขอให้ดวงวิญญาณของอาไปสู่สุคติภพอันสงบสุข ด้วยความอาลัยรักค่ะ”

ไพโรจน์  ใจสิงห์ ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก และเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานกว่า 8 ปี ก่อนที่จะมาจากไป  ทางครอบครัวได้แจ้งการประกอบพิธีทางศาสนาของดารา “ไพโรจน์ ใจสิงห์” โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในวันนี้(22ก.พ.) และสวดอภิธรรม 5 คืน ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2564 ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2564 และคืนวันที่ 27 ก.พ. 2564 ก่อนจะฌาปนกิจในวันที่ 28 ก.พ. 2564 ที่วัดลาดพร้าว

“ไพโรจน์ ใจสิงห์” เริ่มเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ปี 2514 ผลงานละครเรื่องแรก คือ ดวง ประกบคู่กับ “วนิดา อมาตยกุล” ในช่วงปี 2516 ถือเป็นนักแสดงชั้นนำระดับต้นๆ ร่วมกับ สมบัติ เมทะนี , ยอดชาย เมฆสุวรรณ , กรุง ศรีวิไล

ไพโรจน์ ใจสิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2484 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย เคยเป็นครูที่โรงเรียนสารวิทยา และโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนครมาหลายปี ระหว่างสอนหนังสือก็ได้หารายได้พิเศษเล่นดนตรีตอนกลางคืน เข้าสู่วงการครั้งแรกในปี 2514 โดยรับบทพระเอกจากเรื่อง ดวง ของ เปี๊ยก โปสเตอร์ คู่กับ วนิดา อมาตยกุล และ สังข์ทอง สีใส เป็นตัวประกอบ

ไพโรจน์เป็นนักแสดงคู่ขวัญกับ วันดี ศรีตรัง มีผลงานแสดงนำร่วมกันหลายเรื่อง ช่วงปี 2516 ได้แก่ ยอดสงสาร รัญจวนจิต สวรรค์เวียงพิงค์ เหลือแต่รัก น้ำตานาง ในช่วงที่ชีวิตการแสดงรุ่งเรือง จัดเป็นนักแสดงชั้นนำอันดับต้นๆ ร่วมกับ สมบัติ เมทะนี, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, กรุง ศรีวิไล, นาท ภูวนัย ช่วงหลังปี 2517 รับบทรอง คู่กับ กรุง ศรีวิไล และ อุเทน บุญยงค์

จนกระทั่งเมื่อปี 2556  ได้ล้มป่วยลงด้วย “โรคอัมพฤต” ซีกซ้าย และมีอีกหลายโรครุมเร้า เช่น ความดันโลหิต , เส้นเลือดในสมองตีบ , กล้ามเนื้ออ่อนแรง , หัวใจและต่อมลูกหมากโต และได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกจนอาการเริ่มดีขึ้น แต่เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2556 “ไพโรจน์” ก็มีอาการทรุดลงอีกครั้ง โดยมีไข้สูง เบื่ออาหาร จนต้องถูกส่งตัวเข้ารักษาอีกครั้งที่โรงพยาบาลราชวิถี

ในปี 2560 เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจากอาการปอดติดเชื้อ มีเสมหะในลำคอมากต้องเคาะปอด ยังทานอาหารเองไม่ได้จะเกิดอาการสำลักต้อง ให้อาหารทางสายยางผ่านจมูก มีไข้และความดันสูง

จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้า ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ก็ได้จากไปอย่างสงบ