“กอล์ฟ” รับเคยเจ้าชู้จนเกือบเสียเมีย เผยราคาภาพวาด “แพท พาวเวอร์แพท”

หัวข้อที่น่าสนใจ

เป็นนักร้องนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดีสำหรับ “กอล์ฟ” เบญจพล เชยอรุณ ที่ล่าสุดได้ไปเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองว่าแต่ก่อนเจ้าชู้มากจนเกือบเสียเมียในรายการ “ถามสุดซอย Weekend” ซึ่งดำเนินรายการโดย “ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.00 น. ช่องเนชั่น ช่อง 22 ”   

พอมาอยู่เบื้องหน้าวงการบันเทิง แรกๆ ตอนหนุ่มๆ คุณสนิทกับ กรรชัย กำเนิดพลอย โบ๊ต วิบูลย์นันท์ วิลลี่ และจอนนี่ ไปอยู่ก๊วนเพลย์บอยได้ยังไง?

“ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) น่าจะเริ่มจากเล่นละคร ไปเจอกับกรรชัยนี่แหละ คุยกันไปมา เหมือนจูนกันติด เพราะพ่อผมเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ พ่อคุณหนุ่ม กรรชัยเป็นดาราเก่า เลยเหมือนจูนกันติด เพราะอยู่ในวงการบันเทิง เลยสนิทกันโดยปริยาย กลุ่มเราไม่ใช่เสือ คนคิดกันเอาเอง เราแค่เป็นกลุ่มนักแสดงเฟรนด์ลี่ ช่วงนั้นก็ไม่มีอะไร เด็กวัยรุ่นทั่วไป สนุกสนานเฮฮา ไปเที่ยวตามผับ เฮฮาปาร์ตี้”

เป็นเพราะคบเพื่อนแต่ละคน หน้าตาดี เก๋ๆ เป็นเหตุผลมั้ยทำให้เกิดกระแส ที่คนหันมาจับจ้องกันเรื่องคุณศัลยกรรมจมูก?

“มันไม่ได้มาจากการคบเพื่อนอะไรเลย ไม่เกี่ยว (หัวเราะ) มันเกิดจากผมทำงานในวงการมาเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรตัวเองเท่าไหร่ ใช้ชีวิตไปวันๆ จนวันหนึ่งพี่นีโน่น่ะแหละเป็นคนทักคนแรก บอกว่าจมูกใหญ่ขึ้น เราอาจชินของเรา จนผ่านมา 2 ปี พี่โน่ก็พูดอยู่เรื่อยๆ ผมก็เริ่มโดนเพื่อนฝูงแซวนิดหน่อย ซึ่งแซวกับบูลลี่ต่างกันนะ เขาแซวเล่นๆ เลยเอารูปเก่าๆ มาดู เฮ้ย ใหญ่จริงว่ะ”

กระแสถาโถมที่สุดเหมือนกัน?

“อันนี้งงสุด บอกตรงๆ ผมกล้าพูดนะว่าอยู่ในวงการมาร่วม 30 ปี ผมไม่เคยมีข่าวเสียหาย แย่ๆ นี่เป็นครั้งเดียวที่มีข่าวและเป็นข่าวไม่ค่อยดี ก็รู้สึกว่าการที่เราทำมันขนาดนั้นเลยเหรอ เราไม่ได้เป็นพระเอกไง แต่เราอยู่ในยุคโซเชียลที่ใช้กันแบบผิดๆ ใช้กันแบบไม่มีความเกรงใจ ผมก็เลยงงว่าอยากเข้ามาว่าใครก็ว่างี้เหรอ หลังจากนี้อาจแก้จมูกอีกรอบ มันยังไม่เล็กสวยเหมือนแม่กับพี่ชาย ผมอยากให้ใกล้เคียงแม่กับพี่ชาย ตอนนี้มันลดลงไปแล้ว แต่มีบางจุดที่อยากแก้นิดหน่อย ถามว่าหมดไปเท่าไหร่ ไม่บอกดีกว่า ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการพูดคุยกับที่ที่เราไปทำ การต่อรองก็ว่ากันไป แต่ละเคสก็ไม่เหมือนกัน แต่ผมโอเค แต่อยากเพิ่มเติมบางอย่างอยู่ หมายถึงจมูกนะ ส่วนอื่นไม่ได้อยากทำแล้ว”

ก่อนหน้านี้คบกับภรรยาเป็นแฟน   กำลังจะขอแต่งงาน ว่าที่เจ้าสาวหนีไปอเมริกา เกิดจากอะไร?

“เราซนนิดหน่อย ไม่ได้คุยคนเดียว เขาจับได้  คือความที่เราเหมือนมีนิสัยเจ้าชู้มาบ้าง พอวันหนึ่งที่หยุดไปแล้ว อยากบริหารเสน่ห์ อยากรู้ว่าเราจั่วแล้วติดมั้ย ไปจั่วเล่นแล้วติด เขาจับได้ วิธีการเขาก็เนียนๆ เลย เราวางมือถือไว้เขาก็เปิดอ่านแล้วก็เจอ เผอิญตอนเขาเจอเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น ถ้าเราอยู่เราจะได้ทำลายหลักฐาน เราจะเขวี้ยงโทรศัพท์ นี่กรรชัยสอนนะ กรรชัยบอกว่าถ้าอยู่ให้รีบเขวี้ยงโทรศัพท์ เขาไม่ได้แคปข้อความ เขาเก็บเบอร์เอาไว้เลยแล้วก็โทรไปเช็ก ทางนั้นก็บอกว่ามาคุยจริงๆ จ๊ะ (หัวเราะ) หลังจากนั้นเขาก็ขนของหนีไปอเมริกา เขาไม่บอก เขาเนียนมาก เขาไม่ให้เรารู้เลยว่าเขาจับได้ แม้แต่วันที่เขาไปเขาก็บอกว่าเขาจะไปเยี่ยมพี่สาว แค่นั้นเอง”

พอเขาไปอเมริกาก็คุยกัน?

“เขาไม่กลับมา ยังไงก็ไม่กลับ ตื้อตั้งนานกว่าจะส่งรูปมาให้ดู จนผมแอบสืบ พี่ติ๊กเพื่อนพี่ตุ๊ก คุยกับพี่ตุ๊กก่อนว่าได้มารูปนึง ปุ้ยหนีไปอเมริกา รูปนี้มันมีป้ายร้านอยู่ร้านนึง เขาไปซื้อของที่ร้านนี้ สืบให้หน่อย ว่ารัฐนี้อยู่รัฐอะไร พี่ติ๊กก็ไปหาเพื่อนสจ๊วต เต็มไปหมดเลย หาจนเจอว่าอยู่เมืองไหน รัฐอะไร ผมก็เตรียมตัวเลย บินไปง้อ กะเหมือนในหนังเลย ไปยืนหล่อๆ หน้าร้าน งัดแหวนปั๊บ วาดภาพไว้แบบนี้ แล้วยังไงผมจะไปขอเจ้าของร้าน ไปนอนที่ร้านสักอาทิตย์นึงได้มั้ย เพราะไม่รู้เขาจะมาวันไหน โชคดีร้านนั้นเป็นร้านคนไทย กะว่าต้องเจอสักวัน สุดท้ายเขากลับมาก่อน ชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ดีครับ ผมแต่งงานกับเขามา 6 ปีแล้ว คบกับเขามา 8-9 ปี รวม 14-15 ปี ก็ไม่มีลูก มีโยอิและน้องหมาอีก 8 ตัว ตอนนี้อบอุ่นดี”

ล่าสุดคุณซื้อภาพวาดคุณแพท พาวเวอร์แพท?

“เราแค่เป็นคนในวงการที่อยากให้กำลังใจ และให้โอกาสน้อง รวมถึงให้โอกาสคนอื่นๆ ที่อาจทำผิดพลาดในชีวิต บางคนอาจมองคนเหล่านี้ไม่ดี มองในแง่ลบ เราอยากให้มองใหม่ว่าคนเรามีสิทธิ์ผิดพลาดได้ สังคมจะได้น่าอยู่ แล้วผมเห็นภาพนี้ของน้อง ตอนน้องเขาสัมภาษณ์รายการๆ นึง กล้องแพนไปแว๊บเดียว ผมสะดุดตาอยู่ เป็นภาพจอห์น เลนนอน ถ้าน้องวาดได้ขนาดนี้ น้องต้องเต็มไปด้วยความตั้งใจนะ ผมก็ติดต่อเพื่อนผมไป เพราะเพื่้อนผมเป็นคนดูแลน้องก่อนน้องเข้าเรือนจำ ก็ถามเทดดี้ว่าน้องขายมั้ย อยากช่วยน้อง เทดดี้เขาก็ไปถามให้ สุดท้ายเขาบอกราคามา เราก็บอกว่าเฮ้ย ไม่ได้ คือน้องจะตั้งราคาแค่นี้ไม่ได้”

ราคาเท่าไหร่?

“5 พัน เราก็โอนตังค์ไปให้มากกว่านั้น เขาก็ขอบคุณกลับมา ก็เลยฝากไปบอกน้องว่าอย่าไปประเมินตัวเองต่ำ คือแพทต้องรู้ตัวว่าสิ่งที่แพททำมา มันผิดมันพลาดไป แต่รูปที่แพทวาดขึ้นมา ทุกลายเส้น ทุกสีที่วาดลงไป มันผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเยอะมาก มันเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายในชีวิตของคุณ ไม่ควรประเมินค่าตัวเองต่ำแพทโทรมาก็คุยกันแป๊บเดียว โทรมาขอบคุณ ผมว่าไม่มีอะไร ให้กำลังใจกันเฉยๆ ก็สู้กันต่อไป คนเรามีสิทธิ์ผิดพลาดกันได้ ผมว่าถ้าสังคมไทยมีน้ำใจให้กัน มีความรู้สึกดีให้กัน สังคมจะน่าอยู่”